Tuesday 07th of September 2010
แนะนำสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
ประวัติความเป็นมาสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท.เป็นสถาบันที่ก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือร่วมใจ และความเสียสละของกลุ่มบุคคลที่เคยไปศึกษาและฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยมี ฯพณฯ สมหมาย ฮุนตระกูล เป็นประธานคณะกรรมการก่อตั้ง และได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจาก อาจารย์โงอิจิ โฮซุมิ อดีตประธานคณะกรรมการสมาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น-ไทย ส.ส.ท.ได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินกิจกรรมจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและ อุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส.ส.ท.ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2516 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ แก่บุคลากรไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการดำเนินงานของส.ส.ท.มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสร้างชื่อเสียงในหลายด้าน อาทิเช่น การจัดอบรมสัมมนาด้านเทคโนโลยีและการจัดการ การจัดสอนภาษาต่างประเทศ คือ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน การให้บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรมและวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม การจัดพิมพ์หนังสือและวารสารทางด้านเทคโนโลยีและการจัดการใหม่ๆ และให้คำปรึกษาแก่สถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรมมากมาย จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการฝึกอบรมวิชาการสาขาต่างๆ ให้กับสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับการเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงทำให้ส.ส.ท.มีดำริที่จะจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่สร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเฉพาะทางขึ้น เพื่อป้อนบุคลากรให้แก่สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมของไทย และในปี พ.ศ.2548 ส.ส.ท.จึงได้ดำเนินโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาขึ้นในนาม “สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น” โดยใช้คำย่อว่า ส.ท.ญ. หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “Thai-Nichi Institute of Technology” โดยใช้คำย่อว่า TNI ปรัชญาสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) มีปรัชญาในการดำเนินงานที่ว่า “เผยแพร่วิทยาการ สร้างฐานเศรษฐกิจ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานและการบริการต่างๆ ที่เด่นชัดของสมาคมฯ ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 32 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้แสดงบทบาทเสมือนสะพานแห่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการบริหารและวิศวกรรมจากญี่ปุ่นสู่บุคลากรไทยให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งนับว่าเป็นองค์การที่มีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความรู้ความสามารถ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ คณะกรรมการก่อตั้งสถาบันฯ จึงดำริให้ปรัชญาการดำเนินงานของสมาคมฯ และสถาบันฯ มีความสอดคล้องกัน เพื่อเสริมสร้างคุณค่ากิจกรรมและงานบริการของกันและกัน และขยายบทบาทการให้บริการโดยให้สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นการสร้างและพัฒนาบุคลากรของประเทศ และเป็นแหล่งพัฒนาวิทยาการและองค์ความรู้ใหม่ๆ และให้สถาบันฯ เป็นหนึ่งในช่องทางเพื่อเผยแพร่วิทยาการและองค์ความรู้เหล่านั้นแก่สังคม โดยเฉพาะแก่ภาคอุตสาหกรรมของไทย ด้วยเหตุนี้ปรัชญาการดำเนินงานของสถาบันฯ จึงมีว่า “พัฒนาวิทยาการ เสริมสร้างอุตสาหกรรม เพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ปณิธาน"สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มุ่งมั่นเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพเฉพาะทางชั้นสูง เพื่อเป็นแหล่งสร้างและพัฒนาบุคลากรในด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการที่ทันสมัย มีความเป็นเลิศทางวิชาการ การประยุกต์ และการเผยแพร่องค์ความรู้แก่สังคมโดยยึดมั่นในคุณธรรมและจิตสำนึกต่อสังคม" พันธกิจ- จัดการการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาชีพเฉพาะทางชั้นสูงที่เป็นความต้องการของภาคธุรกิจและ ภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ การปฏิบัติ และการประยุกต์ใช้จริง
- พัฒนานักศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม คิดเป็นทำเป็น มีความรับผิดชอบในการทำงานเป็นแบบอย่างที่ดีและมีจิตสำนึกต่อสังคม
- ดำเนินการวิจัย สร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การพัฒนาภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
- ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
- ทำนุบำรุง ส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
สัญลักษณ์และสีประจำสถาบันสัญลักษณ์ของสถาบันฯ รูปร่างของเครื่องหมาย ประกอบด้วย - ฟันเฟืองสีน้ำเงิน และมีชื่อสถาบันฯ เป็นภาษาอังกฤษอยู่บนฟันเฟือง
- สัญลักษณ์ตัวอักษร A รูปทรงคล้ายหน้าจั่วทรงไทย ปลายยอดทะลุฟันเฟือง และมีตัวอักษรย่อชื่อ สถาบันฯ เป็นภาษาอังกฤษว่า “TNI" และมีสีแดง
ความหมายของเครื่องหมาย - ฟันเฟือง หมายถึง การพัฒนาที่ต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งแสดงว่าเป็นคุณลักษณะของสถาบันฯ ที่เป็นสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่จะต้องมีความทันสมัย และพัฒนาตนเองให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อสามารถผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
- สัญลักษณ์ตัวอักษร A ที่มีรูปทรงคล้ายหน้าจั่วทรงไทย หมายถึง การเป็นสถาบันฯ แห่งภูมิภาคเอเชียที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ส่วนปลายยอดทะลุฟันเฟืองออกไป แสดงถึงองค์ความรู้และปัญญาที่ไม่มีกรอบ ไม่มีพรมแดน ซึ่งแทนความเป็นสถานศึกษาด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ไร้พรมแดน
สีประจำสถาบันฯสถาบันฯ ใช้สีน้ำเงิน และสีแดงเป็นสีประจำสถาบันฯ - สีน้ำเงิน เป็นสีประจำสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นองค์การผู้ก่อตั้งและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์นอกจากนี้สีน้ำเงินยังหมายถึง สติปัญญา ความกว้างไกล ความสูงส่งและมีเกียรติ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้สถาบันฯ แห่งนี้ เป็นสถานศึกษาที่ส่งเสริมการศึกษาของบุคลากรของไทยให้มีวิสัยทัศน์ ความรู้และสติปัญญาที่กว้างไกล สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้ด้วยความภาคภูมิ ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี
- สีแดง เป็นสีของพระอาทิตย์และทิศตะวันออก ซึ่งบ่งบอกความเป็นสถาบันฯ ที่มุ่งสั่งสมและถ่ายทอดความรู้ แนวคิด ปรัชญา และเทคโนโลยีตะวันออก โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น นอกจากนี้สีแดง ยังเป็นสีแห่งความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ และคุณธรรม ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้บัณฑิตที่จบจากสถาบันฯ เป็นบุคลากรที่มีคุณธรรม มีความสำเร็จ สามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเอง องค์การ และประเทศชาติ
ลักษณะเด่นของสภาบันฯ- ผลิตนักศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามแนวคิดMonotsukuri
- ฝึกงานจริงในสถานประกอบการ จบแล้วมีโอกาสได้งานทำทันที
- เน้นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ
- มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น
- มีทุนการศึกษาสนับสนุนจากองค์กรและบริษัทต่างๆ
- มีหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรพิเศษวันเสาร์ - อาทิตย์
สิ่งอำนวยความสะดวกห้องเรียนห้องเรียนของสถาบันฯ ใช้ระบบปรับอากาศทุกห้อง พร้อมสรรพด้วยโสตทัศนูปกรณ์ครบครัน มีการจัดรูปแบบห้องเรียนที่ยืดหยุ่นตามเนื้อหาแต่ละวิชา โดยเน้นให้เกิดการโต้ตอบระหว่าง ผู้สอนและนักศึกษาอย่างทั่วถึง ห้องปฏิบัติการได้แก่ ห้องปฏิบัติการสำหรับสาขาวิศวกรรมยานยนต์ เป็นห้องสำหรับการฝึกปฏิบัติการในด้านเคมี ฟิสิกส์ วิศวกรรมพื้นฐาน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติการยานยนต์ อุณหพลศาสตร์ การออกแบบทางวิศวกรรม และการทดสอบทางวัสดุศาสตร์ ส่วนห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการศึกษาภาคปฏิบัติในด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดการระบบฐานข้อมูล การสื่อสารและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ศูนย์คอมพิวเตอร์มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ซึ่งสามารถให้บริการแก่คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศทางเครือข่ายอินเทอร์เนต รวมทั้งเพื่อใช้สำหรับการเรียนการสอน การฝึกอบรมเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการฝึกอบรมโปรแกรมใช้งานต่างๆ นอกจากนี้ ศูนย์คอมพิวเตอร์ยังให้บริการการเข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เนตเพื่อความสะดวกรวดเร็วของนักศึกษาในการตรวจสอบข้อมูล อาทิ การลงทะเบียนเรียนผ่านอินเทอร์เนต ตรวจสอบตารางเรียนที่เปิดสอน ผลสอบประจำภาคการเรียน และดาวน์โหลดสื่อการสอนที่นักศึกษาขาดเรียนได้ สถาบันฯ ยังให้ความสำคัญแก่นักศึกษาที่ทำงานในองค์การต่างๆ ที่ไม่สามารถเข้าเรียนในห้องเรียนได้ในบางคาบวิชา สามารถเรียนผ่านระบบ Tele-Conference ได้ และเพื่อเป็นการรองรับปริมาณ การใช้เครือข่ายอินเทอร์เนต และแนวโน้มการใช้ Notebook ส่วนบุคคลมากขึ้น จึงได้ติดตั้งระบบ Wireless LAN ความเร็วสูงในอาคารเรียนและอาคารอำนวยการด้วย สำนักหอสมุดเป็นศูนย์กลางการให้บริการสารสนเทศทางวิชาการ เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพทางการศึกษาและประสิทธิภาพการเรียนการสอน โดยมีหนังสือ วารสาร นิตยสารทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ได้แก่ วีดีโอ ดิสเกตต์ เทปคาสเซ็ต ซีดีรอม และดีวีดี ที่บรรจุเนื้อหาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ สำนักหอสมุดยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมระบบงานห้องสมุดเพื่อให้บริการในการสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และยังให้บริการยืมหนังสือระหว่างห้องสมุดอีกด้วย ศูนย์ปฏิบัติการทางภาษาและห้องเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะทางภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ทั้งการพูด การอ่าน และการเขียน ผ่านสื่อการศึกษาและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัย นอกจากนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการทางภาษายังจัดให้มีอาจารย์เจ้าของภาษาเป็นอาจารย์ประจำ และให้บริการสอบวัดระดับความรู้ และการออกใบรับรองความรู้ด้านภาษาอีกด้วย ห้องกิจกรรมนักศึกษาเกิดขึ้นจากการที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เห็นความสำคัญของกิจกรรมนักศึกษา จึงจัดให้มีการสนับสนุนด้านการเงินบางส่วนพร้อมจัดสถานที่ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ห้องกิจกรรมของสโมสรนักศึกษาและชมรม เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สถาบันฯ และสังคม รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพ วุฒิภาวะทางอารมณ์ ความเป็นผู้นำ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และการทำงานเป็นหมู่คณะ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรม ทำหน้าที่ให้คำแนะนำการดำเนินการต่างๆ ของนักศึกษา ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์อีกด้วย
|
|
Last Updated on Tuesday, 30 December 2008 17:20 |
